บทความ/คลังความรู้/แบบทดสอบ
7 เอกสารที่ Auditor ขอบ่อยที่สุด (ที่โรงงานมักหาไม่เจอตอน Audit)
**สรุปสั้น:** ตอน audit ISO 9001 สิ่งที่ทำให้ได้ NC (ข้อบกพร่อง) บ่อยที่สุด ไม่ใช่ "ไม่มีระบบ"
แต่คือ **"มีระบบ แต่หาบันทึกไม่เจอ / บันทึกไม่ครบ"** บทความนี้รวม 7 เอกสารที่ผู้ตรวจ (auditor)
ขอบ่อยที่สุดจากประสบการณ์ที่ปรึกษา ISO จริงกว่า 20 ปี + วิธีเช็กความพร้อมด้วย AI ฟรีก่อนวันตรวจ
ในการตรวจ ISO 9001 หลายร้อยครั้ง สิ่งที่เจอซ้ำ ๆ ไม่ใช่โรงงานที่ "ไม่ทำอะไรเลย" — แต่เป็นโรงงานที่
**ทำงานดีทุกวัน แต่ไม่ได้เก็บหลักฐานให้ผู้ตรวจเห็น** พอ auditor ขอ ก็วิ่งหากันทั้งโรงงาน หาไม่เจอ = NC
ทั้งที่งานจริงทำถูกต้องแล้ว น่าเสียดายมาก
ต่อไปนี้คือ **7 เอกสาร/บันทึกที่ถูกขอบ่อยที่สุด** — เช็กตอนนี้ว่าคุณหยิบให้ผู้ตรวจได้ใน 5 นาทีไหม
## 1) นโยบายคุณภาพ + วัตถุประสงค์คุณภาพ (ที่วัดผลได้จริง)
ผู้ตรวจไม่ได้อยากได้แค่กระดาษติดผนัง — เขาจะถามพนักงานหน้างานว่า "นโยบายคุณภาพคืออะไร"
และขอดู **วัตถุประสงค์คุณภาพที่มีตัวเลขวัดได้** (เช่น ของเสีย < 2%) พร้อม **บันทึกผลจริงเทียบเป้า**
> ที่มักพลาด: มีนโยบายสวย แต่ไม่มีตัวเลขติดตามผล หรือพนักงานตอบไม่ได้
## 2) ทะเบียนเอกสารและการควบคุมฉบับ (Document Control)
auditor จะสุ่มหยิบเอกสารแล้วถามว่า "นี่ฉบับล่าสุดหรือยัง ใครอนุมัติ" — ต้องมี **ทะเบียนคุมเวอร์ชัน**
และไม่มีเอกสารเก่าปนอยู่หน้างาน
> ที่มักพลาด: เจอ Work Instruction เวอร์ชันเก่าวางอยู่ข้างเครื่องจักร
## 3) บันทึกการตรวจภายใน (Internal Audit) + แผนการตรวจ
ต้องมีหลักฐานว่า **ตรวจภายในครบทุกกระบวนการ** อย่างน้อยปีละครั้ง พร้อมรายชื่อผู้ตรวจที่ผ่านการอบรม
> ที่มักพลาด: ทำ internal audit ลวก ๆ ก่อน external audit 1 สัปดาห์ — ผู้ตรวจดูออก
## 4) รายงานการประชุมทบทวนฝ่ายบริหาร (Management Review)
ผู้บริหารต้องประชุมทบทวนระบบอย่างน้อยปีละครั้ง ครอบคลุมวาระที่มาตรฐานกำหนด (ผลตรวจ, ข้อร้องเรียน,
เป้าคุณภาพ, ทรัพยากร ฯลฯ) + **มีมติและผู้รับผิดชอบ**
> ที่มักพลาด: มีบันทึกประชุม แต่ขาดวาระบังคับ หรือไม่มีมติที่ตามผลได้
## 5) การจัดการข้อบกพร่องและการแก้ไข (CAR / Corrective Action)
ทุกครั้งที่เจอปัญหา (ของเสีย, ข้อร้องเรียน, NC เดิม) ต้องมี **บันทึกการแก้ไข + หาสาเหตุราก + ป้องกันซ้ำ**
> ที่มักพลาด: แก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ไม่บันทึก หรือไม่ได้วิเคราะห์สาเหตุราก
## 6) บันทึกการอบรมและความสามารถของพนักงาน (Competence)
ผู้ตรวจจะถามว่า "คนที่ทำงานนี้ผ่านการอบรมอะไร" — ต้องมี **ทะเบียนอบรม + หลักฐาน** (ใบเซ็นชื่อ/เกียรติบัตร)
> ที่มักพลาด: พนักงานใหม่ทำงานสำคัญ แต่ไม่มีบันทึกว่าอบรมแล้ว
## 7) การควบคุมผู้ขาย/ผู้รับเหมา (Supplier Control)
ต้องมี **เกณฑ์คัดเลือก + ทะเบียนผู้ขายที่อนุมัติ + บันทึกประเมินผลผู้ขาย**
> ที่มักพลาด: ซื้อของจากใครก็ได้ ไม่มีทะเบียน ไม่มีการประเมิน
## เช็กตัวเอง: หยิบครบ 7 อย่างใน 5 นาทีไหม?
ถ้าตอบ "ไม่แน่ใจ" แม้แต่ข้อเดียว — แปลว่ายังมีความเสี่ยงได้ NC ตอน audit จริง
ข่าวดีคือ **รู้ก่อน = แก้ทัน** ไม่ต้องรอให้ผู้ตรวจมาเจอ
เราสร้างเครื่องมือ **CEO AI Thailand** ให้ช่วยประเมินความพร้อม ISO/มอก. ของคุณ — บอกว่า
**พร้อมกี่ % + ยังขาดเอกสารอะไรก่อน audit** ออกแบบจากประสบการณ์ที่ปรึกษาไทยจริงกว่า 20 ปี
ลองได้เลยไม่ต้องสมัคร ไม่ต้องใช้บัตร:
เริ่มประเมินความพร้อม ISO ฟรี (https://ceoaithailand.org/start)*
> อยากให้เราช่วยดูระบบของคุณโดยตรง? โทร **081-781-7773** (B. Training Consultant · ที่ปรึกษา ISO/มอก. 20+ ปี)
*บทความนี้เขียนจากประสบการณ์ตรวจและวางระบบ ISO ให้โรงงาน/SME ไทยจริง · ปรับปรุงปี 2569* EP:02 เตรียมตัวให้พร้อมเข้าสู่การรักษาข้อมูลส่วนบุคคล พ.ร.บ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 2562
ในช่วงที่ผ่านมาผมได้รับคำถามบ่อยครั้งจากผู้ประกอบการเรื่อง พ.ร.บ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 2562 ที่ประเทศไทยกำลังจะบังคับใช้ในปี 2564 นี้ (คาดว่า มิถุนายน นี้) ว่ามีความเกี่ยวข้องกับผู้ประกอบการหรือไม่ แล้วถ้าเกี่ยวข้องต้องเริ่มต้นยังไง สิ่งที่ผมตอบเสมอคือ พ.ร.บ ฉบับนี้ เกี่ยวข้องแทบทุกองค์กร และมีประโยชน์กับทั้งองค์กร และบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับองค์กร ที่มีการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้งาน การเริ่มต้นที่ดี ควรเริ่มต้นจากการศึกษา หาข้อมูลและทำความเข้าใจในการนำไปใช้ สำหรับตัวผมเองแนะนำให้เริ่มจากการทำผังการไหลของข้อมูล (Data Flow) เพื่อให้เห็นข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทำงานในองค์กร หรือสถานประกอบการ เหมือนเราได้เห็นภาพของข้อมูลจากตัวอักษรเป็นแผนภาพ ก็จะทำให้เราเข้าใจถึงข้อมูลได้ง่ายขึ้น แล้วทำการแยกแยะทำความเข้าใจการใช้ข้อมูลภายในองค์กร หลักสำคัญคือใช้ข้อมูลเท่าที่จำเป็น ตรงนี้คือส่วนสำคัญที่องค์กรต้องทำความเข้าใจว่า จำเป็นต้องเป็นมุมมองขององค์กรว่าจำเป็นเพราะต้องใช้งานจริงๆ เพื่อให้องค์กรมีการจัดการข้อมูลฯ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หลังจากตรงนี้จะเป็นส่วนของเทคนิค วิธีการ หรือระบบการจัดการขององค์กรที่มีอยู่ว่าจะสามารถพัฒนาให้สอดคล้องกับที่องค์กรมีอยู่ได้อย่างไร
หากท่านใดต้องการสอบถาม ฝึกอบรม หรือที่ปรึกษาในการจัดการข้อมูลส่วนบุคคล สามารถติดต่อสอบถามได้ช่องทาง ติดต่อเรา นะครับ
โฆษิต (อ.บัฟ)
B. Training
081 781 7773
EP:03 การจัดการข้อมูลส่วนบุคคล ตามแนวคิดระบบการจัดการมาตรฐาน ISO 9001
จากที่ผ่านมา ผมได้เข้าไปช่วยผู้ประกอบการที่ต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ผมได้นำแนวคิดเรื่องการบริหารเชิงกระบวนการ ซึ่งเป็นหนึ่งในหลักการของ QMS มาประยุกต์ใช้ สรุปให้พอเข้าใจง่ายว่า การที่องค์กรจะนำข้อมูลส่วนบุคคลมาใช้งาน มีความเกี่ยวข้องกับกิจกรรม/กระบวนการทำงานตามผังธุรกิจ (Business Flow) ซึ่งองค์กรสามารถพิจารณาการใช้ข้อมูลได้จากปัจจัยนำเข้าของกระบวนการ (Input) การจัดเก็บและส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคล สามารถพิจารณาได้จากข้อมูลหรือบันทึกที่ได้จากกระบวนการ (Output) รวมไปถึงการจัดการข้อมูลที่ต้องจัดเก็บ (Data Inventory) และหากองค์กรมีการกำหนดวัตถุประสงค์ของกระบวนการไว้ในคู่มือปฏิบัติงาน วิธีการทำงาน องค์กรก็ยังสามารถนำมาใช้เป็นวัตถุประสงค์ในการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อแจ้งไปยังเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้
ซึ่งการนำหลักการดังกล่าวนี้มาใช้ในการจัดข้อมูลส่วนบุคคล จะทำให้องค์กรสามารถบูรณาการระบบการจัดการมาตรฐานสากล ISO 9001 มาใช้เป็นแนวทางในการประยุกต์ใช้กับ พ.ร.บ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นการลดขั้นตอนหรือสร้างมาตรฐานในการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลขององค์กรได้อย่างดี
หากท่านใดต้องการสอบถาม ฝึกอบรม หรือที่ปรึกษาในการจัดการข้อมูลส่วนบุคคล สามารถติดต่อสอบถามได้ช่องทาง ติดต่อเรา ตามนะครับ
โฆษิต (อ.บัฟ)
B. Training
081 781 7773
การประยุกต์ใช้ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) EP.4
หลังจากประเทศไทยมีการบังคับใช้ พ.ร.บ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 2562 ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. 2565 ทั้งในส่วนของภาคประชาชน เอกชน และผู้ประกอบการก็เกิดการตื่นตัวทั้งในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล และเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล บทความนี้ตั้งใจที่จะนำประสบการณ์ในการเป็นที่ปรึกษา PDPA มาบอกเล่าให้ผู้ที่สนใจทราบถึงแนวทางการประยุกต์ใช้ PDPA ของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (Data Controller) ว่าควรเริ่มต้นจากในการประยุกต์ใช้ PDPA อย่างไรในบริษัท
เริ่มต้นบริษัทควรจะระบุกระบวนการหรือกิจกรรมที่บริษัทมีการดำเนินการอยู่ว่ามีกิจกรรมอะไรบ้าง เพื่อนำมาพิจารณาว่ากระบวนการ กิจกรรมไหนบ้างที่มีการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลอยู่โด ยบริษัทอาจดำเนินการกำหนดความรับผิดชอบให้หน่วยงานที่รับผิดชอบในการควบคุมกระบวนการ กิจกรรมดังกล่าวมาผิดชอบในการพิจารณาการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของหน่วยงานตนเองการที่หน่วยงานเป็นผู้พิจารณากระบวนการกิจกรรมเอง จะทำให้แต่ละหน่วยงานสามารถที่จะจัดทำ Record of Processing Activity : RoPA) ตามที่กฎหมายกำหนดให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้ดำเนินการ (ไม่รวมถึงการได้รับการละเว้นบางประเภทกิจการ หน่วยงานที่ได้ประกาศการละเว้นหลัง พ.ร.บ. ประกาศเพิ่มเติม) การทำ RoPA บางที่เรียก RoPA จากประสบการณ์ของที่ได้ทำงานที่ปรึกษา PDPA มองว่าเป็นต้นน้ำหรือข้อมูลที่สำหรับสำหรับให้บริษัท ไปใช้ดำเนินการในประเด็นอื่นๆ ตามกฎหมาย PDPA ได้อีกหลายอย่าง เช่น การแจ้งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice) การขอการยินยอม (Consent) เป็นต้น ซึ่งก็แนะนำให้บริษัทใช้โปรแกรม excell ในการจัดทำ RoPA ในช่วงแรกของการประยุกต์ใช้ แต่หากบริษัทไหนที่พอมีงบประมาณ อาจจะมองหา Application หรือ Softwear มาประยุกต์ใช้ สำหรับท่านผู้อ่านท่านไหนต้องการตัวอย่างแบบฟอร์ม RoPA หรือ สไลด์อธิบายแนวทางการประยุกต์ใช้ PDPA สามารถแจ้งความต้องการผ่านช่องทาง ติดต่อเรา ได้นะครับ ไม่คิดค่าใช้จ่ายครับ
โฆษิต (อ.บัฟ)
B. Training
081 781 7773
CEO AI THAILAND · เครื่องมือฟรี
อยากรู้ว่าองค์กรพร้อมทำ BCMS / ISO 22301 กี่ %?
ให้ AI ประเมินความพร้อม + บอกว่ายังขาดเอกสารอะไรก่อน audit — โดยที่ปรึกษาไทย 20 ปี เริ่มฟรี ไม่ต้องใช้บัตร
CEO AI THAILAND · เครื่องมือฟรี
อบรมแล้ว ลงมือทำเอกสารจริงต่อเลย — ด้วย AI
เปลี่ยนความรู้จากคอร์สเป็นเอกสารระบบที่ยื่นได้จริง + เช็กความพร้อมก่อน audit · เริ่มฟรี ไม่ต้องใช้บัตร

72/76 หมู่ที่ 1 ต.เนินพระ อ.เมืองระยอง จ.ระยอง
081-781-7773 (บัฟ)
Buffy20